ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 ยังคงมีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มบ้านและคอนโดมิเนียม แม้จะเผชิญความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ข้อมูลจาก TerraByte ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2025 ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่างสองตลาดนี้ ทั้งในด้านจำนวนยูนิต ราคาเฉลี่ย และเซ็กเมนต์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ประกอบการที่ช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตลาดบ้าน พบว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 101 โครงการ รวม 12,228 ยูนิต โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 9,000,000 บาทต่อยูนิต สะท้อนให้เห็นว่าตลาดบ้านยังคงเน้นไปที่กลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อระดับกลางถึงสูง หากพิจารณารายไตรมาส ไตรมาส 1 มีการเปิดตัว 5,074 ยูนิต ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 5,335 ยูนิต แต่ในไตรมาส 3 ลดลงเหลือเพียง 1,819 ยูนิต หรือคิดเป็นการลดลง -65.9% QoQ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการอาจชะลอการเปิดตัวเพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายดอกเบี้ย โดยผู้พัฒนาที่มีการเปิดตัวโครงการบ้านช่วง 7 เดือนแรกมากที่สุดได้แก่ AP Thailand รองลงมาคือ SC ASSET และ พฤกษา
ด้านราคาเฉลี่ยของบ้านในปี 2025 พบว่ามีความผันผวน โดยในไตรมาส 1 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 9,000,000 บาท ไตรมาส 2 ปรับขึ้นเป็น 9,900,000 บาท ก่อนที่จะปรับลดลงเหลือ 7,990,000 บาทในไตรมาส 3 หรือคิดเป็น -19.3% QoQ การปรับลดราคานี้อาจสะท้อนกลยุทธ์การออกแบบแพ็กเกจราคาที่ดึงดูดผู้ซื้อในช่วงที่ตลาดเริ่มชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น
เมื่อพิจารณาการกระจายตามเซ็กเมนต์ราคา ข้อมูลบ้าน แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Eco (ต่ำกว่า 5 ล้านบาท) ครองสัดส่วนสูงสุด 6,449 ยูนิต รองลงมาคือ Mass (5–10 ล้านบาท) 3,150 ยูนิต Premium (10–20 ล้านบาท) 1,996 ยูนิต และ Luxury (มากกว่า 20 ล้านบาท) เพียง 633 ยูนิต ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทยังครองสัดส่วนใหญ่ในตลาด และอาจเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการมุ่งเน้นเพื่อเข้าถึงฐานผู้ซื้อที่กว้างกว่า

ในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มีการเปิดตัวใหม่ 25 โครงการ รวมทั้งสิ้น 12,094 ยูนิต ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 85,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและผู้ลงทุนเพื่อปล่อยเช่า แต่หากมองตามไตรมาส ไตรมาส 1 มีการเปิดตัว 7,803 ยูนิต ไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 2,752 ยูนิต และไตรมาส 3 ลดลงอีกเหลือเพียง 1,539 ยูนิต หรือคิดเป็น -44.1% QoQ สะท้อนภาพรวมที่คล้ายกับตลาดบ้าน คือมีการชะลอเปิดตัวในครึ่งหลังของปี ผู้พัฒนาที่มีการเปิดตัวคอนโด ในช่วง 7 เดือนแรกมากที่สุด ได้แก่ Sansiri รองลงมาคือ AP Thailand และ AssetWise
ด้านราคาเฉลี่ยของคอนโดรายไตรมาส ไตรมาส 1 อยู่ที่ 77,000 บาทต่อตารางเมตร ไตรมาส 2 พุ่งขึ้นเป็น 130,000 บาทต่อตารางเมตร ก่อนที่จะปรับลงมาเหลือ 90,400 บาทต่อตารางเมตรในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการปรับลดลง -30.5% QoQ การแกว่งของราคานี้อาจมาจากการเปิดตัวโครงการในทำเลพรีเมียมในไตรมาส 2 และการกระจายตัวของโครงการที่เน้นตลาดกลางในไตรมาส 3
เมื่อพิจารณาตามเซ็กเมนต์ราคา พบว่าตลาดคอนโดส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่ม Mass (60K–150K บาท/ตร.ม.) คิดเป็น 10,219 ยูนิต รองลงมาคือกลุ่ม Eco (<60K บาท/ตร.ม.) จำนวน 1,190 ยูนิต กลุ่ม Luxury (>200K บาท/ตร.ม.) จำนวน 470 ยูนิต และกลุ่ม Premium (150K–200K บาท/ตร.ม.) เพียง 215 ยูนิตเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมุ่งเน้นกลุ่มราคากลางเป็นหลัก
สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการ ข้อมูลบ้าน และ ข้อมูลคอนโด ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Mass และ Eco ยังคงเป็นหัวใจของตลาด การเลือกทำเลและกำหนดราคาที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งควรติดตามข้อมูลเชิงลึกและการเปลี่ยนแปลงรายไตรมาสอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดจังหวะการเปิดตัวและปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
